เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะทำงานฯ ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมชุมชนคีรีวง เพื่อตรวจประเมินคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “มังคุดเขาคีรีวง” สร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดยศูนย์บริการวิชาการ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้รับเกียรติจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อพิจารณาคำขอตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมชุมชนคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช
การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการตรวจประเมินเพื่อขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI “มังคุดเขาคีรีวง” โดยมีเกษตรกรเข้ารับการตรวจรวมทั้งสิ้น 40 ราย แบ่งเป็น :
“มังคุดเขาคีรีวง” ถือเป็นอัญมณีแห่งผลไม้เมืองคอนที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ทะเบียนเลขที่ สช 64100164 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ซึ่งเกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์บริการวิชาการและสำนักวิชาการจัดการ ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่
ปัจจุบันจังหวัดนครศรีธรรมราชมีสินค้าที่ได้รับทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว 2 รายการ ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และ มังคุดเขาคีรีวง ซึ่งการได้รับตราสัญลักษณ์ GI ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์จากปัจจัยทางธรรมชาติและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน “แบรนด์ของชุมชน” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพี่เลี้ยงและร่วมตรวจสอบควบคุมมาตรฐานกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของมังคุดเขาคีรีวงให้ยั่งยืนสืบไป
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายตาม SDG ข้อที่ 1 ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่ (End poverty in all its forms everywhere) SDG ข้อ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (End hunger, achieve food security and improved nutrition and promote sustainable agriculture) และข้อที่ 17 สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย(Partnerships for the Goals)