ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมปฐมนิเทศการดำเนินโครงการวิชาการรับใช้สังคมเพื่อตอบโจทย์ SDGs ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้ โครงการวิชาการรับใช้สังคม โครงการวิจัยเชิงพื้นที่ โครงการบริการวิชาการ ตามแนวทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ห้องประชุมหัวตะพาน ชั้น 3 โซน A อาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานและวิทยากรบรรยาย “นโยบายการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมาตรฐานภาระงานทางวิชาการฯ ปี 2569 ตามประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ กล่าวชี้แจงแนวทางการทำงานเพื่อตอบโจทย์ SDGs มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแนวทางการดำเนินโครงการ และเกณฑ์การคิดคะแนนภาระงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับ SDGs กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจกระบวนการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมในการจัดอันดับการดำเนินงานโครงการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (THE Sustainability Impact Ratings) โดยมีผู้คณาจารย์และผู้แทน เข้าร่วมกิจกรรม 141 คน รวมจำนวน 91 โครงการ ครอบคลุมทุกสำนักวิชา/วิทยาลัย
กิจกรรมดังกล่าวยังมีการนำเสนอ Best Practice Project for Sustainable Development จำนวน 3 โครงการ
1. โครงการวิชาการรับใช้สังคมกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “โครงการพัฒนาระบบการผลิตและการจัดการสุกรที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่ออาชีพที่มั่นคง”
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤติกา กาบพลอย อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
2. โครงการวิชาการรับใช้สังคมกลุ่มสังคมศาสตร์ “โครงการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยด้วยหลักสูตร High Scope” โดย อาจารย์ ดร.พงศ์พันธุ์ คาพรรณ์ รักษาการแทนรองคณบดีสานักวิชาศึกษาศาสตร์
3. โครงการวิชาการรับใช้สังคมกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ “โครงการสร้างเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์กายภาพบาบัด” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรพัฒน์ นาวารัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการรับใช้สังคมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์
ศูนย์บริการวิชาการในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบพันธกิจหลักในการขับเคลื่อนชุมชนสัมพันธ์ และบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล” เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและการพัฒนาประเทศ