ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ร่วมเสวนา "ธนาคารปูม้า" ต้นแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG14 บนเวที Thailand Research Expo 2026

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ และในฐานะหัวหน้าโครงการธนาคารปูม้าฯ สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมเสวนา หัวข้อ “ธนาคารปูม้า: เพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน” ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ณ เวที Highlight Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยสาระสำคัญของการเสวนาประกอบด้วยแนวทางการดำเนินธนาคารปูม้าในแต่ละภูมิภาค การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และหน่วยงานภาคีต่างๆ ความสำเร็จของโครงการ และนำวองค์ความรู้จากการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ตามแนวทางการสนับสนุนทุนวิจัย Research Utilization (RU) และการเชื่อมโยงธนาคารปูม้ากับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG และการสร้างการยอมรับผลกระทบของงานวิจัยในระดับนานาชาติ โดยงาน ”มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

          ทั้งนี้ความสำเร็จของโครงการธนาคารปูม้า สามารถสร้างผลกระทบโดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะทรัพยากรปูม้าแต่ยังสามารถใช้ธนาคารปูม้าเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนามิติอื่นๆครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านนโยบาย โดยการจัดทำธนาคารปูม้า คือการนำแม่ปูม้าที่มีไข่นอกกระดองมาอนุบาลจนลูกปูฟักออกจากไข่ ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณทรัพยากรปูม้า จากการสำรวจข้อมูลผลจับของชาวประมงพบว่าก่อนดำเนินโครงการธนาคารปูม้าชาวประมงจับปูม้าได้เฉลี่ยวันละ 5 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน หลังจากดำเนินโครงการธนาคารปูม้าพบว่าผลจับปูม้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็น 10-15 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มให้ชาวประมงได้มากกว่า 2 เท่าตัว นอกจากนี้โครงการในปัจจุบันยังขยายผลไปถึงการฟื้นฟูสัตว์น้ำเศรษฐกิจในพื้นที่อื่นๆ เช่น หอยตลับ หอยแมลงภู่ และปูแสม รวมทั้งฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งที่เกี่ยวข้องผ่านกิจกรรมประกาศเขตทำประมงชายฝั่ง เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ การปลูกป่าชายเลน โดยเชื่อมโยงกิจกรรมต่อยอดเศรษฐกิจสีน้ำเงินในพื้นที่ รวมทั้งในปัจจุบันพื้นที่โรงเรือนธนาคารปูม้ายังสามารถใช้ประโยชน์เพื่อกิจกรรมสาธารณะสำหรับผู้คนมานั่งพบปะพูดคุย จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ สร้างความสามัคคีของชุมชน หรือแม้กระทั่งในบางพื้นที่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการจัดงานแต่งของชุมชน จากการที่การดำเนินกิจกรรมธนาคารปูม้าสามารถเพิ่มจำนวนปูม้าในธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นช่องทางในการสร้างสัมมาชีพใหม่ของชุมชนที่ต่อเนื่องกับปูม้า ลดภาวะการว่างงาน มีงานเพิ่มมากขึ้นในชุมชน เช่น รับจ้างแกะปูม้า งานแปรรูปอาหารทะเล เชื่อมโยงเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่งเสริมช่องทางการตลาดทั้งแบบหน้าร้าน และร้านอาหารชุมชน เชื่อมโยงกับร้านอาหารภัตตาคารในพื้นที่ โรงแรมผลสำเร็จของโครงการธนาคารปูม้าสามารถผลักดันชุมชนในหลายพื้นที่ได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบจากหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งโครงการธนาคารปูม้าที่ดำเนินการได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งระดับประเทศและนานาชาติ

          จึงนับได้ว่าธนาคารปูม้าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ปัญหาหรือยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อตอบโจทย์การบริโภคที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDG ซึ่งจาการดำเนินงานธนาคารปูม้าของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พบว่าสามารถตอบโจทย์การพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน เป้าหมายที่ 2 การไม่มีหรือลดผู้หิวโหย (zero hunger) รวมทั้งฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง SDG 14 (life below water) และการสร้างความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 17: Partnerships for the Goals ที่เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อความยั่งยืนในการดำเนินโครงการวิชาการรับใช้สังคม 

ข่าวโดย กัญญารัตน์ งามเจริญ ศูนย์บริการวิชาการ ม.วลัยลักษณ์

จำนวนคนดู: 8