มวล. ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนมาตรการ “การคัดแยกขยะครบวงจร” ปี 2569 ขนทัพนวัตกรรม Upcycling จัดแสดงนิทรรศการแก่นายก อปท. ทั่วจังหวัด

          ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจ “เป็นหลักในถิ่น” หนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุดลุย กิจกรรมย่อยที่ 2 “ความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะทะเลจากต้นทาง” ซึ่งอยู่ภายใต้ ชุดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี อาจารย์ภูสิต ห่อเพชร จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ รับหน้าที่เป็นหัวหน้ากิจกรรมย่อย มุ่งเป้าแก้วิกฤตขยะชายฝั่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จากการดำเนินงานที่มีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเชิงประจักษ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนมาตรการ “การคัดแยกขยะครบวงจร” ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมและสร้างกลไกการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

          โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดจัดประชุมสร้างการรับรู้และศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามมาตรการดังกล่าว โดยมีกลุ่มเป้าหมายเร่งด่วนคือนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งแบ่งการจัดงานออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 และรุ่นที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 – 14.00 น. ณ ห้องทุ่งสง – ที่วัง โรงงานปูนทุ่งสง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด ภายในงาน อาจารย์ภูสิต ห่อเพชร พร้อมด้วยคณะทำงานศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติร่วมจัดบูธนิทรรศการแสดงผลงานและนวัตกรรม ในหัวข้อ “Upcycling เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม และกระบวนการเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งมีค่า ตลอดจนเทคโนโลยีการจัดการขยะจากต้นทางแก่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมการประชุม เพื่อนำไปปรับใช้ในระดับพื้นที่จริง

          นอกจากนี้ การดำเนินงานในกิจกรรมย่อยที่ 2 ของมหาวิทยาลัย ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาขยะพลาสติกและขยะตกค้างที่จะไหลลงสู่ทะเล ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ อาทิ

1.การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ จัดทำต้นแบบหุ่นดักขยะในแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อสกัดกั้นขยะในลำคลองสายหลักก่อนไหลลงสู่ทะเล
2.การจัดเก็บข้อมูลมาตรฐานสากล ประยุกต์ใช้วิธีการคัดแยกและเก็บข้อมูลขยะตามมาตรฐาน ICC (International Coastal Cleanup)
3.การหมุดจุดเสี่ยง (Hotspot) ใช้โปรแกรม FieldNault และ Locus Map ในการระบุพื้นที่กองขยะสะสมใกล้แหล่งน้ำชุมชน เพื่อการวางแผนจัดการอย่างแม่นยำ
4.การสร้างศักยภาพชุมชน จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยก การบันทึกข้อมูลขยะ และการเพิ่มมูลค่าขยะจากต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ

          การบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนและการวิจัยสู่การปฏิบัติจริงในระดับนโยบายและชุมชน อีกทั้งยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งด้านการจัดการน้ำ (SDG 6) การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (SDG 12) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (SDG 14) พร้อมรองรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืนระดับโลก ทั้ง THE Sustainability Impact Ratings และ UI GreenMetric อีกด้วย

ข่าวโดย พุทธพร ชุมแก้ว ธราพรสกุลวงศ์  ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ https://cas.wu.ac.th/

จำนวนคนดู: 3